แอพทางเลือกสำหรับครีเอเตอร์อย่าง Affinity เปิดให้ใช้งานได้ฟรีกันแล้ว

แอพทางเลือกสำหรับครีเอเตอร์อย่าง Affinity เปิดให้ใช้งานได้ฟรีกันแล้ว

ในแวดวงสายสร้างสรรค์อย่างครีเอเตอร์แล้ว ถ้าย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ในระดับมัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัยเกือบ 20 ปีก่อน (ประมาณปี 2548) ตอนนั้นใครที่อยากจะแต่งภาพสวยๆนี่ต้องศึกษาโปรแกรมอย่าง Adobe Photoshop หรือจะเกรดดิ้งสีปรับโทนสีก็ต้องใช้ Adobe Lightroom ที่ตอนนั้นยังแยกจำหน่าย หรือทำเป็นแพ็กเกจพวก Adobe CS2 (Creative Suite 2) ซึ่งราคาตอนนั้นก็จัดว่าสูงมาก แต่ก็มีพวกโปรแกรมที่เป็นฟรีแวร์มาให้ใช้ได้อยู่แต่ก็ต้องอาศัยททักษะและการฝึกฝน เช่น GIMP ที่ใช้แทน PhotoShop หรือ InkScape ที่ใช้แทน Illustrator (แต่ตอนนั้นผมใช้โปรแกรมพื้นฐานที่ใช้งานง่ายมากๆอย่าง PhotoScape (ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น PhotoScape X ไปแล้ว) แต่ปัจจุบันนี้ทุกอย่างสะดวกมากขึ้นตั้งแต่การมาถึงของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ทำให้เราสามารถใช้งานโปรแกรมผ่านเว็บเบราเซอร์ได้โดยที่ไม่ต้องดาวโหลดโปรแกรมขนาดหลายร้อย MB หรือหลาย GB มาให้หนักเครื่อง แค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้เลย อย่าง CANVA หรือ CAPCUT ที่นอกจากจะมีรูปแบบแอพในมือถือ  หรือโปรแกรมสำหรับติดตั้งบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คแล้วก็ยังมีรูปแบบเว็บแอพให้ใช้ด้วย แต่ที่จะมาพูดถึงในวันนี้ (เดือนพฤศจิกายน 2568) คือการที่โปรแกรมทางเลือกสำหรับสายครีเอทีฟที่ไม่ได้อยากใช้โปรแกรมฝั่ง Adobe ที่ปัจจุบันเปลี่ยนจากการขายขาดมาเป็นรูปแบบการเก็บค่าบริการรายเดือน (Subscription) อย่าง Affinity ซึ่งผู้ก่อตั้งคือบริษัท Serif โดยมีโปรแกรมทั้ง Affinity Photo สำหรับการตกแต่งรูป(คล้าย PhotoShop)  Affinity Designer (ทำหน้าที่คล้าย Adobe Illustrator) และ Affinity Publisher (คล้ายกับ Adobe InDesign) ซึ่งราคาแต่ละโปรแกรมแบบซื้อขาดอยู่ที่ประมาณ $70 (ประมาณ 2,300 – 2,700 บาท) ซึ่งราคาเมื่อเทียบกับทาง Adobe แบบซื้อขาดแล้วยังถูกกว่ากันค่อนข้างมากเลยล่ะครับ

 

Affinity เปิดให้ใช้งานได้ฟรีแบบ 1 แอพครบทั้ง Photo-Designer-Publisher

ก่อนหน้านี้ถ้าจำไม่ผิดประมาณปีที่แล้วทาง Affinity เปิดให้ผู้สนใจสามารถลองใช้งานโปรแกรมๆได้เปิดให้ลองใช้งานได้ฟรีๆนานถึง 180 วัน (ุ 6 เดือน) เพื่อให้ผู้สนใจได้ลองใช้ ซึ่งผมก็ได้ลองโหลดมาแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ลองเปิดไปใช้สักเท่าไหร่ เพราะต้องมีการเรียนรู้กันค่อนข้างสูงในระดับหนึ่ง เลยเอาเวลาไปเล่นเกมจนหมดแล้ว (;P) ซึ่งโปรแกรม Affinity เป็นหนึ่งในชุดโปรแกรมที่ผมว่าจะซื้อมาติดตั้งไว้หากต้องทำงานด้านครีเอเตอร์ (แต่ปัจจุบันที่ใช้งานหลักๆก็กลายเป็น CANVA กับ PhotoScape แทนเป็นส่วนมาก) จนกระทั่งกลายเป็นข่าวใหญ่ว่า CANVA ที่ได้ซื้อ Affinity ไปก็เลือกที่จะปล่อยชุดโปรแกรม Affinity ให้ใช้ได้ฟรี (แทนที่จะกลายเป็น Subscription แบบ Adobe) โดยใช้รูปแบบฟรีเมี่ยม คือ ผู้ใช้งาน CANVA ระดับ Pro ขึ้นไปจะได้สิทธิพิเศษที่แตกต่างและทรงพลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Canva Pro ใน Affinity

จุดที่ Canva เลือกสร้างความแตกต่างคือการผสาน เทคโนโลยี AI ระดับพรีเมียม ที่มีอยู่ใน Canva Pro เข้ามาใน Affinity ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เน้นความแม่นยำและควบคุมได้

 

1. การเข้าถึงฟีเจอร์ Generative AI ระดับพรีเมียม

สมาชิก Canva Pro จะสามารถเข้าถึงและใช้งานเครื่องมือ AI ขั้นสูงของ Canva (ที่ถูกผนวกเข้ากับ Canva AI Studio ภายในแอป Affinity) ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึง:

  • Generative Fill (การเติมภาพด้วย AI): เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกพื้นที่ใด ๆ ในภาพ แล้วสั่งให้ AI เติมวัตถุ ฉากหลัง หรือขยายภาพออกไปได้อย่างสมจริง
  • Generative Expand & Edit: ฟีเจอร์ที่ช่วยขยายขอบเขตของรูปภาพ (เช่น เปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นแนวนอน) หรือแก้ไขส่วนต่าง ๆ ของภาพโดยใช้พลังของ AI
  • Remove Background (ลบพื้นหลัง): สามารถลบพื้นหลังออกจากรูปภาพได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (ฟีเจอร์นี้อาจมีข้อจำกัดในการใช้งานสำหรับบัญชีฟรีของ Canva)
  • Generate Image/Vector (การสร้างภาพ/เวกเตอร์ด้วย AI): สามารถสร้างภาพ หรือรูปทรงเวกเตอร์ใหม่ ๆ จากข้อความที่คุณป้อนโดยตรงภายใน Affinity

 

2. พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์

Canva Pro มีพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ใหญ่กว่าบัญชีฟรีมาก (โดยปกติคือ 100 GB) ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการจัดการไฟล์งาน Affinity และ Assets ต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นระหว่าง Affinity และ Canva

 

3. การจัดการแบรนด์ (Brand Management)

สมาชิก Pro จะได้รับเครื่องมือและสิทธิ์ในการจัดการ Brand Kits ได้มากขึ้น ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าโลโก้, สี, และแบบอักษรของแบรนด์จะถูกนำมาใช้ในงานที่สร้างจาก Affinity ได้อย่างสอดคล้อง

ดังนั้นใครที่เป็นสมาชิก CANVA PRO อยู่แล้วก็เหมือนได้เครื่องมือที่ทรงพลังมากขึ้น และใครที่ยังไม่เคยมีพื้นฐานในการใช้งาน Photoshop หรือโปรแกรมอื่นๆของทาง Adobe นี่ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีในการฝึกฝนโปรแกรมนี้ (และใครที่ทำงานด้วย CANVA อยู่แล้ว โปรแกรม Affinity Photo-Designer-Publisher ที่ถูกรวมกลายเป็น Affinity และมีแท็ป Vector – Pixel -Layout และ CANVA AI ให้ใช้งาน

Affinity Program

ถ้าใครอยากจะศึกษาวิธีใช้งานก็มี Learning Portal ให้ได้ลองศึกษาดูครับ

ความคิดเห็นของ JUSTPANE’

สำหรับใครที่อยากจะย้ายค่ายจาก Adobe มาลองใช้งานหรือว่าอยากเริ่มต้นหัดแต่งภาพ ตอนนี้น่าจะเป็นโอกาสอันดีแล้วครับเพราะโปรแกรมนี้เปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรี และถ้าเป็นสมาชิกของ CANVA Pro ขึ้นไปก็ยิ่งคุ้มค่าเพราะสามารถใช้แต้ม AI ของ CANVA มาใช้กับโปรแกรมนี้ได้ด้วยครับ ส่วนตัวผมก็คงจะอยู่ในแผนทดลองใช้เหมือนกันครับ สำหรับใครที่อยากจะลองดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาใช้งานก็คลิ๊กที่แบนเนอร์ด้านล่างได้เลยครับ

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *